10, February 2017

สะดืออีสาน

สะดืออีสานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ที่เปรียบเสมือนเป็นจุดพิกัดกึ่งกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักนิยมเดินทางมาเก็บภาพประทับใจ เพื่อเป็นการบันทึกความทรงจำว่าครั้งหนึ่งได้เคยมายืนอยู่ ณ ศูนย์กลางของภาคอีสานแล้ว นอกจากนี้ หากเดินเที่ยวเก็บภาพประทับใจกันเต็มอิ่มแล้ว ยังสามารถเดินทางต่อไปยัง “วนอุทยานโกสัมพี” ในบริเวณใกล้เคียงได้ เพื่อไปชมความสวยงามของธรรมชาติและชมต้นไม้ใหญ่หลายชนิด อาทิ ต้นยางใหญ่ ต้นตะแบก ต้นกระทุ่ม ฯลฯ ตลอดจนยลแหล่งอาศัยของลิงป่านับพันตัว โดยเฉพาะ “ลิงแสมสีทอง” ลิงพันธุ์หายากของโลก ซึ่งสามารถพบได้เฉพาะในป่าแห่งนี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น และหากใครยังไม่จุใจพอสามารถเดินทางต่อไปกราบนมัสการขอพร “หลวงพ่อมิ่งเมือง” พระพุทธรูปสมัยทวารวดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอโกสุมพิสัยที่ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าวนอุทยานโกสัมพีได้อีกด้วย สำหรับสะดืออีสาน หรือ จุดศูนย์กลางของภาคอีสาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งอยู่ในเขตอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดสารคาม โดยตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันออกของโรงเรียนบ้านเขวา ตำบลเหล่า ภายในพื้นที่มีอาณาเขตกว้างขวางมีการจัดตกแต่งเป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่น สามารถมองเห็นวิวสวยของ “บึงกุย” บึงน้ำขนาดใหญ่ได้อย่างสวยงาม ซึ่งเหมาะแก่การเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจ และเก็บภาพประทับใจไว้เป็นที่ระลึก

10, February 2017

อุทยานสัตว์ป่าอุบลราชธานี

อุทยานสัตว์ป่าอุบลราชธานี หรือ สวนสัตว์อุบล ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติดงฟ้าห่วน บริเวณตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ห่างจากตัวจังหวัด 12 กิโลเมตร มีพื้นที่จำนวน 1,217 ไร่ โดยวางรูปแบบของสวนสัตว์อุบลให้เป็น Jungle Park นั้นคือ การนำสวนสัตว์เข้ามาผสมผสานกับความสมบูรณ์ของป่าไม้ภายในพื้นที่ รวมถึงใช้การอนุรักษ์และหาประโยชน์จากสภาพผืนป่าแบบระมัดระวังและรอบคอบ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นป่าและลดการทำลายสภาพพื้นที่เดิมให้มากที่สุด อีกทั้งในบริเวณพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติดงฟ้าห่วน เป็นแหล่งอนุรักษ์ต้นยางนากว่า 300 ต้น ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดอุบลราชธานีอีกด้วย นอกจากนี้ อุทยานสัตว์ป่าอุบลราชธานี ยังนับว่าเป็นอุทยานสัตว์ป่าแห่งเดียวของไทย ที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นมีความสมบูรณ์แบบป่าโปร่งธรรมชาติ ส่วนจัดแสดงได้ออกแบบด้านภูมิสถาปัตย์กลมกลืนไปกับธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถชมสัตว์ป่าได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งแบ่งออกเป็นการจัดแสดงสัตว์แบบในกรงเลี้ยง และปล่อยแบบธรรมชาติ ซึ่งช่วงนี้อาจจะมีสัตว์ให้ได้ชมกันไม่เยอะ เช่น เสือขาว ม้าลาย เก้ง กวาง เป็นต้น อยากชมกันแบบจัดเต็มต้องอดใจรออีกนิดนึงนะจ๊ะ ด้านบริการเที่ยวชมอุทยานสัตว์ป่าอุบลราชธานีนั้น จะมีบริการรถรางนำชม อัตราค่าบริการ เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท และมีรถกอล์ฟเช่าขับเที่ยวเล่นตามเส้นทาง อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ได้ทดลองเปิดให้ประชาชนเข้าชม “ฟรี”Read More …

10, February 2017

พระธาตุอานนท์ หรือ พระธาตุยโสธร

พระธาตุอานนท์ หรือ พระธาตุยโสธร สูง 25 เมตร 30 เซนติเมตร ตั้งอยู่ภายใน วัดมหาธาตุ เขตเทศบาลเมือง จังหวัดยโสธร เป็นวัดคู่ยโสธรมาตั้งแต่สร้างเมือง อีกทั้ง พระธาตุอานนท์ ยังเป็นพระธาตุเก่าแก่ที่สำคัญองค์หนึ่งในภาคอีสาน ภายใน พระธาตุอานนท์ บรรจุพระอัฐิธาตุของ พระอานนท์ พระเถระของพระพุทธเจ้า ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะลาว และเมื่อปี พ.ศ.2490 มีการขุดพบจารึกใบลานอักษรขอม บรรจุไว้ในขวดเก่า ๆ ฝังลึกลงไปประมาณ 2 เมตร บริเวณกำแพงพระธาตุตามประวัติสันนิษฐานกันว่า พระธาตุอานนท์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1218 ผู้ก่อสร้างคือ เจตตานุวิน และ จินดาชานุ ชาวเวียงจันทน์ กับ เอียงเวธา ชาวขอม เมื่อสร้างเสร็จจึงอัญเชิญพระอัฐิของ พระอานนท์ มาบรรจุไว้ ซึ่งพระอัฐิของพระอานนท์ที่นำมาบรรจุใน พระธาตุอานนท์ นั้น ถูกบรรจุไว้ในผอบ ชั้นนอกเป็นหีบเงิน 3 ชั้น ชั้นถัดไปเป็นหีบทอง 7 ชั้นRead More …

10, February 2017

ภูฝอยลม

ภูฝอยลม    อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโค มีเนื้อที่ 192,350 ไร่ บนเทือกเขาภูพานน้อย เขตตำบลทับกุง ภูฝอยลม อยู่ในจังหวัดอุดรธานี จัดเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน มีแปลงปลูกสาธิต บริเวณจุดชมวิวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองอุดรธานี ภูฝอยลมมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และสามารถตั้งแคมป์พักแรมได้ มีกิจกรรมเดินป่า เป็นกิจกรรมนอกบ้านที่น่าสนใจมากเพราะเป็นกิจกรรมเต็มรูปแบบไม่มีความเป็นบ้านหลงเหลืออยู่เลยเหมือนเรานอนอยู่กับธรรมชาติจริงๆกลางทุ่งดอกไม่ต้นไม้ ภูฝอยลม    ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานน้อย ที่อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 600 เมตร อากาศเย็นสบายตลอดปี ชื่อของภูฝอยลมมาจากไลเคนชนิดหนึ่ง คือ “ฝอยลม”ซึ่งเคยพบเกาะอาศัยอยู่ตามกิ่งของต้นไม้ใหญ่ในบริเวณนี้ แต่ปัจจุบันพบได้น้อยลงเนื่องจากป่าถูกบุกรุกจนมีสภาพเสื่อมโทรม ปัจจุบันมีการจัดตั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและให้เป็นที่ทัศนะศึกษาของประชาชน ประกอบด้วยสวนรวมพรรณไม้ 60 พรรษา มหาราชินี อุทยานโลกล้านปี มีหุ่นจำลองไดโนเสาร์ และพิพิธภัณฑ์แสดงซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ และมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติซึ่งจะได้พบป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง สลับป่าทุ่งหญ้า น้ำตกเล็ก ๆ และถ้ำ   การเดินทาง หากเดินทางมาตามเส้นทางขอนแก่น-อุดรธานี เมื่อเลยอำเภอโนนสะอาดมาแล้วจะพบทางแยกซ้ายที่บ้านห้วยเกิ้งไปภูฝอยลม รถยนต์สามารถขึ้นถึงบนภูได้โดยสะดวกใช้เส้นทางอุดรธานี-เลย เลี้ยวเข้าแยกบ้านเหล่ากิโลเมตรที่ 9

10, February 2017

น้ำตกพลาญทอง

น้ำตกพลาญทองเป็นน้ำตกที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน มีความสวยงามตามธรรมชาติ และมีจุดถ่ายรูปมากมายเหมาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวดูธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ ส่วนตัวน้ำตกจะมี 4 ชั้นที่สวยงามมากในฤดูน้ำหลากทีเดียว น้ำตกชั้นแรกเป็นชั้นที่มีความสูงที่สุด ประมาณ 10 เมตร เป็นน้ำตกที่มีน้ำจากหลายๆ สายไหลมารวมกันลงไปที่ชั้นหินชั้นเล็กชั้นน้อย อีกทั้งภายใต้น้ำตกมีลักษณะคล้ายโพรงถ้ำมีหินงอกหินย้อย เกิดเป็นความงามที่รังสรรค์จากธรรมชาติ และตัวน้ำตกก็มีความปลอดภัยพอสมควรที่คุณพ่อคุณแม่จะพาลูกชายลูกสาวที่บ้านไปเล่นน้ำที่น้ำตกแห่งนี้ก็ถือว่าเป็นที่ที่น่าไปทีเดียวเลย แถมบ้านเราอากาศก็ร้อนขึ้นทุกวันๆว่างจากทำงานก็สมควร ไปเล่นน้ำคลายร้อนกันก็ได้ และยังเป็นการสร้างความสามัคคีความสัมพันธ์ในครอบครับไปในตัวด้วย และยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศด้วย การเดินทางใช้เส้นทางขอนแก่น-ชุมแพ ประมาณ 80 กิโลเมตร ถึงสามแยกไปจังหวัดให้เลี้ยวขวา หากตรงไปจะไปทางน้ำหนาว จากสามแยกไปจังหวัดจะใช้ระยะประมาณ 13 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปจะมีป้อมให้ทะเบียนการเข้า-ออกของนักท่องเที่ยวกับเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องเสียเงินค่าเข้าอุทยาน จากนั้นตรงไปอีกประมาณ 1.6 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกตลอดทาง ก็จะเจอน้ำตกพลาญทองค่ะ สถานที่ตั้งน้ำตกพญาทองในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ต.นาหนองทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น 40290

10, February 2017

ปรางค์กู่ หรือปราสาทหนองกุ่

ปรางค์กู่ หรือปราสาทหนองกุ่ ตั้งอยู่ภายในวัดศรีรัตนาราม ในจังหวัดร้อยเอ็ด ปรางกู่เป็นกลุ่มอาคารที่มีลักษณะแบบเดียวกันกับอาคารที่เชื่อกันว่า คือ อโรคยศาสล ตามที่ ปรากฏในจารึกปราสาทตาพรหม อันประกอบด้วยปรางค์ ประธาน บรรณาลัย กำแพงพร้อมซ้อมประตูและสระน้ำ นอกกำแพง โดยทั่วไปนับว่ายังคงสภาพเดิมพอควรโดยเฉพาะปรางค์ประธานชั้นหลังคาคงเหลือ 3ชั้น และมีฐานบัวยอดปรางค์อยู่ตอนบนอาคารอื่นๆ แม้จะหักพังไปบ้างแล้ว แต่ทางวัดก็ได้จัดบริเวณให้ดูร่มรื่นสะอาดตา สะอาดตา นอกจากนี้ภายในกำแพงด้านหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ยังพบโบราณวัตถุอีกหลายชิ้นวางเก็บรักษาไว้ใต้อาคารไม้ สามารถดูความสวยงามของสถาปัตยกรรมและศึกษาหาความรู้ได้เนื่องจากมีรวดลายที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมของเมืองในสมัยก่อน เช่นทับหลังหินทรายสลัก เป็นภาพบุคคล นั่งบนหลังช้างหรือวัว ภายใน ซุ้มเรือนแก้วหน้ากาลจากการสอบถามเจ้าอาวาส วัดศรีรัตนารามกล่าวเป็นทับหลังหน้าประตูมุข ของพระปรางค์ประธาน เสากรอบประตู2ชิ้น ชิ้นหนึ่งมีสภาพสลักรูปฤาษีที่โคนเสาศิวลึงค์ขนาดใหญ่ พร้อมฐานที่ได้จากทุ่งนาด้านนอกออกไปและชิ้นส่วนบัวยอดปรางค์ ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นฐานของพระสังกัจจายน์ปูนปั้น กำหนดอายุว่าสร้างราว พุทธศตวรรษที่18 ปรางค์กู่ อยู่ที่ ตำบลมะอึ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด สามารถเดินทางจากอำเภอเมืองร้อยเอ็ด เดินทางเส้นโพนทอง ประมาณ 8 กิโลเมตร มีทางแยกด้านขวามือ เข้าปรางค์ประมาณ  1กิโลเมตรเลี้ยวซ้ายก็เข้าวัดศรีรตนารามปรางค์กู่จะตั้งอยู่ภายในวัด